《SF - toruka》Dreaming Alone.
Advertisement
'ฉันไปแล้วนะ' ทากะพูดด้วยรอยยิ้มเหมือนเด็กๆ ก่อนจะวิ่งมาหอมแก้มฟอดใหญ่
'รักนายนะ' ผมพูดเพราะหมายความแบบนั้นจริงๆ
ตอนนี้เราสองคนอยู่ด้วยกัน ทากะออกจากบ้าน
มาเพื่อพักอยู่กับผม และดูเหมือนว่าทากะกับคน
ทางบ้านจะมีปัญหากันนิดหน่อย แต่เขาบอกกับผม
ว่ามันไม่มีอะไร ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่มันจะจริงซักแค่ไหนกัน
ลูกชายคนกลางของบ้านผู้ดีมีกินมีใช้เหลือเฟือ ตอนนี้ต้องมาทำงานเช้าเย็นเพื่อหาเงินมาใช้ แต่เขาก็ไม่เคยบ่นเลยว่าเหนื่อย ซึ่งต่างกับผม ที่เป็นแค่คนทั่วไป ไม่ได้เด่นดีอะไรในสังคม ทำงานกลางคืนในผับในบาร์ แค่นั่งดีดกีตาร์ไปมา
ก็มีแม่ยกมากหน้าหลายตามคอยซื้อของซื้อ
ขนมให้อย่างเอาใจ แต่นั้นไม่ได้ทำให้ผมไขว้เขว้ จากรักที่ผมมีในตอนนี้เลย
แอ๊ด~
'อ้าว ไม่ไปทำงานหรอ' เสียงหวานใสเอ่ยทักเบาๆ ท่ามกลางความแปลกใจที่เห็นผมอยู่ในห้อง
'อื้อ ลาน่ะ' ผมพูดเบาๆ ก่อนจะกวักมือเรียกให้คนตัวเล็กกว่ามาหา
'ไม่อาววว อาบน้ำก่อน'
'แค่กอดเอง คิดถึง' ถึงปากจะปฏิเสธแต่เจ้าตัวก็สาวเท้าเข้ามาหาผมอยู่ดี
'พอแล้ว ปล่อยก่อนโทรุ' ทากะออกแรงดิ้นเบาๆ ก่อนที่ผมจะยิ่งกำชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้นไปอีก
'โทรุ..'
'ครับๆ ปล่อยแล้วครับ' ผมปล่อยให้ทากะไปอาบน้ำก่อนที่จะเตรียมของ
สำหรับทำอาหารมื้อเย็น
ซ่า~
ผมใช้ชีวิตแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ ผมไม่เคย
เหนื่อยเลยที่ได้รักกับคนๆนี้ เหมือนเขาเข้ามา
เปลี่ยนผม เปลี่ยนให้ผมมีความกล้า มีความอดทน
ผมไม่เคยท้อต่ออุปสรรคที่เกิดขึ้น แค่ผมคิดว่าแค่
กลับไปเจอหน้ากัน ความเหนื่อยจากการทำงานก็
หายไป
ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านไปในแต่ละวันมันช่างดูราบรื่น
แต่ไม่ใช่เลย ผมถูกไล่ออกจากงานมาไม่รู้กี่ครั้ง ทั้งๆที่ผมทำงานได้ดี ไม่เคยมีความผิดพลาด ผมไม่เข้าใจว่าทำไมต้องไล่ผมออก จนผมได้
บังเอิญเห็นเลขาของพ่อคุยกับเจ้าของร้าน ก่อนที่ผมจะโดนไล่ออก ผมไม่รู้ว่าผมจะบอกกับ
โทรุยังไง ผมจะบอกเขาได้ยังไงว่าครอบครัวผมไม่
เห็นด้วย ทั้งๆที่ผมก็ออกจากบ้านนั้นมาแล้วแท้ๆ
'นานจังเลย แอบซ่อนชู้ไว้รึป่าวเนี้ย'
' 3 คนแน่ะ' ผมหัวเราะเบาๆกับท่าทางของอีกคน คนที่สดใสเหมือนพระอาทิตย์
'หึๆ ไปแต่งตัวไป จะได้มาช่วยฉันทำอาหาร'
'ไหนๆ จะทำอะไรกิน' ผมชะโงกหน้าไปดูวัตถุดิบว่ามีอะไรบ้าง อื้ม เนื้อ ผัก ปลา กุ้ง หมึก เห็ด...
'ทำหม้อไฟก็ดีนะ..อ๊ะ' ผมหันหน้าไปถามโทรุก่อนจะโดนหอมแก้มอย่างไม่
ทันตั้งตัว
'เล่นอะไรของนายเนี้ย ถอยไปเลย ฉันจะทำน้ำซุบ'
'ครับๆ คุณภรรยา'
เกร๊ง~ ทัพพีที่อยู่ในมือผมล่วงอย่างจัง บ้าบอจริงๆ แบบนี้คนตัวสูงก็ยิ่งได้ใจน่ะสิ
ผมทำน้ำซุบได้ไม่เท่าไหร่ ก็สังเกตได้ถึงลมอุ่นๆ
ที่รินลดต้นคอด้านหลัง ก่อนที่มือเรียวยาวจะโอบ
กอด นี่มือหรือหนวด (หมึก)
'โทรุ'
'หื้ม..' อ๊ากกก สันจมูกโด่งไล่กดไปมาทั่วลำคอ ก่อนจะออกแรงเม้มเบาๆ สมองชัทดาวน์ไปเรียบ
ร้อยแล้ว
'โทรุ จะกินมั้ยข้าวน่ะ'
'ไม่กิน..ไปห้องกันเถอะ'
'ห้องบ้าห้องบออะไร ปล่อยนะเว้ย'
'น้า..ค่อยทำทีหลัง ไปเถอะ' ไอ้สายตาแบบนี้มันอะไรกัน
'...'
'โอ๋ๆ สามีหยอกเล่นนิดเดียวเอง คุณภรรยาหน้าแดงไปหมดแล้ว'
'แดงที่ไหนล่ะ ก็อยู่หน้าหม้อซุบเนี้ย ร้อนจะตาย'
'งั้น.. ตัวสั่นทำไมล่ะ มาๆ กอดปลอบ' โทรุหมุนผมเข้าหาอ้อมกอดก่อนจะกอดแล้วลูบหัว
เบาๆ ไม่ใช่เด็กแล้วนะ แต่ว่า.. อบอุ่นจังเลย
'ตั้งหม้อได้ยัง'
'ครับๆ คุณภรรยา'
ผมมองดูโทรุที่เอาเครื่องทยอยใส่หม้อทีละอย่างๆ ท่าทางคล่องแคล่วแบบนี้.. เป็นพ่อบ้านที่ดีได้เลย
'กว่าจะได้กินก็รออีกสักพัก'
'นั่นสิ' ผมเดินไปนั่งหน้าโทรทัศน์ ก่อนที่โทรุจะเดินตามมาพร้อมกับช็อกโกแลตในมือ
'มองไรอะ' แหม่ ช่างกล้าถามจริงๆพ่อคุณ เล่นมานั่งกินช็อกโกแลตคนเดียวไม่แบ่งเนี้ย
'อยากกินหรอ' ผมพยักหน้าเบาๆ ก่อนที่โทรุจะดึงช็อกโกแลตให้ยื้นออกมากว่าเดิม
'หลับตา อ้าปาก อ้ำ~' ทำเหมือนป้อนข้าวเด็กไปได้ แต่ผมก็ยอมทำตามแต่โดยดีนี่ล่ะนะ
'อุ้บ' โทรุประกบปากลงมาก่อนนะส่งช็อกโกแลตรสหวานให้อย่างช้าๆ ถึงอย่างนั้นก็ตาม เหมือนเกิดสง
ครามขนาดย่อมๆขึ้นในโพล่งปากของผม เมื่อลิ้น
ร้อนไล่ตะหวัดช็อกโกแลตไปมาอย่างไม่ยอมให้ผม
ได้ลิ้มรส หึๆ คิดหรอว่าจะได้กินอยู่คนเดียวน่ะ ผมไล่ตะหวัดลิ้นกลับไปอย่างเอาเป็นเอาตาย หวังจะได้ช็อกโกแลตชิ้นนั้นมาครอบครอง แต่ผมไม่รู้เลยว่าการกระทำของผมมันยิ่งเพิ่มทวี
ความร้อนแรงให้รสจูบของเรา
'อร่อยจริงๆ' ผมผลักจูบออกเบาๆ เมื่อได้ช็อกโกแลตมาอย่างที่ใจหวัง ก่อนจะยักคิ้วยียวนคนตรงหน้า
'หึๆ ร้อนแรงไม่เบานี่'
'...'
'คิดหรอว่าจะจบง่ายๆแค่นี้น่ะ' รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อ แค่เท่านี้ผมก็รู้แล้วว่าทำพลาดอย่างแรง โทรุรวบแขนผมไว้ก่อนจะกดตัวลงมา ไม่นะ บนโซฟาเนี้ยนะ ไม่เคยบนโซฟาสักครั้งเลย จะทำตัวยังไงเนี้ย
'โทรุ เดี๋ยวหม้อไฟมันจะ..'
'ก็รอให้มันสุก่อนสิ เดี๋ยวปล่อย' โทรุไม่พูดเปล่า ก็กดสันจมูกลงมาแนบแก้มขาวเนียนทันที ก่อนจะค่อยๆไล่ไปตามกรอบหน้า ก่อนที่มือหนาจะลวงเข้าไปในสาบเสื้อ
'โทรุ.. ไม่ได้นะ อย่า..' ผมบิดตัวไปมาด้วยความเสียวซ่าน ความแปลกใหม่ที่ไม่เคยลองมันยิ่งเพิ่มทวีความเล้าใจให้ผมมากขึ้นไปอีก
ติ๊ง~ เสียงหม้อไฟที่ดังขึ้นเป็นเหมือนเสียงสวรรค์
ที่มาช่วยผมไว้
'ปล่อยได้แล้ว' ผมพูดอย่างแผ่วเบา ก่อนที่อีกคนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างเสียดาย แต่ก็ยอมลุกออกไปแต่โดยดี
แน่นอนว่าช่วงเวลาแห่งความสุขมักหมดเร็วเสมอ ในยามค่ำคืนที่ทั้งสองคนกำลังดำดิ่งสู่หวงนิทรา เสียงกริ่งก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะช่วงเวลาดีๆ
ใครกันมาหาในตอนดึกๆดื่นๆเนี้ย ถ้าเป็นเรื่องไม่สำคัญ พ่อจะฆ่าให้
'ครับๆ มาแล้วครับ' ทันทีที่ผมเปิดประตู ผมก็ต้องเบิกตากว้างกับคนตรงหน้า นี่มัน..
'คุณเลขา..?'
'ครับ สวัสดีครับคุณยามาชิตะ ผมต้องขออภัยด้วยครับที่มารบกวนในเวลาแบบนี้'
'อ่อ..ครับ ว่าแต่มีอะไรรึเปล่าครับ'
'ครับ คุณคงไม่รู้สินะครับว่าคุณหนูถูกไล่ออกจาก
ที่ทำงานครั้งแล้วครั้งเล่า ครับ แต่นั่นไม่ใช่ความผิด
ของคุณหนูหรอกนะครับ คุณท่านให้ผมจัดการ
เรื่องนี้ คุณท่านไม่พอใจเป็นอย่างมากที่พวกคุณ
สองคนคบหากัน และคุณยังทำให้ชีวิตของคุณหนู
ต้องมาตกอับแบบนี้ และนี่คือสิ่งที่ผมนำมาเพื่อช่วย
ในการตัดสินใจของคุณครับ' ผมที่ยังสะลึมสะลืออยู่ถึงกลับเบิกตากว้าง และพยายามจับใจความสำคัญ เรื่องที่ทากะมีปัญหากับครอบครัวผมก็พอรู้บ้าง แต่ไม่คิดว่ามันจะหนักขนาดนี้ แล้วเรื่องที่ถูกไล่
ออกเนี้ยนะ ไม่เห็นเจ้าตัวจะพูดอะไรเลย ผมยื่นมือไปรับซองสีน้ำตาล ก่อนจะเปิดดูสิ่งที่อยู่
ข้างใน รูป ? ไม่สิ มันเป็นเหมือนรูปแอบถ่ายมาก
กว่า
'นี่มัน..!!'
'ครับ ผมอยากจะขอความกรุณาให้คุณช่วย
พิจารณาอีกที ว่าอะไรคือสิ่งที่คุณต้องการจริงๆ'
'ทำไม..ผม..'
'ขอตัวนะครับ' เลขากลับไปพร้อมๆกับซองรูปถ่าย
ที่ให้ผมดูก่อนหน้านี้
ผมเดินกลับเตียงอย่างคนหมดแรง ก่อนจะทิ้งตัว
ลงข้างๆอีกคนที่นอนหลับตาพริ้ม ผมได้แต่ลูบหัว
ไปมาอย่างอ่อนแรง ก่อนจะคว้าคนตัวเล็กเข้ามา
กอดไว้
'ไปแล้วนะ' ทากะพูดประโยคเดิม ก่อนจะมาหอม
แก้มผมเหมือนอย่างเคย ผมได้รับมันทุกวัน แต่วัน
นี้มันต่างไปจากเดิม
'ทากะ..'
Advertisement
'หื้ม?'
'นายรักฉันมั้ย'
'รักสิ' ทันทีที่เจ้าตัวพูดจบก็เขย่งปลายเท้าขึ้นมา
หอมแก้มอีกข้างเบาๆ
'ฉันก็รักนายนะ' นั่นเป็นประโยคสุดท้ายของวันนี้ ผมตัดสินใจแอบตามทากะไปเงียบๆ ไปพิสูจน์ให้
เห็นกับตาตัวเอง
สิ่งที่ผมได้เห็นมาจากรูปถ่ายนั้นมันเทียบไม่ได้เลย กับการเห็นด้วยตาตัวเอง เหมือนหัวใจผมถูดกรีด
ช้าๆ ผมรู้สึกปวดหนึบไปทั้งหัวใจ น้ำตาค่อยๆ
หลั่งไหลออกมาบดบังภาพที่เห็น ภาพของทากะ
ที่ทำงานทั่วไป ไม่ว่าจะรับงานแจกใบปริว แต่งชุดไก่โปรโมทร้านเปิดใหม่ แจกกระดาษ
เช็ดชู่ยี่ห่อใหม่ เป็นเด็กเสิร์ฟ ฯ ผมมั่วทำอะไรอยู่ ผมแค่นั่งๆนอนๆรอเวลาทำงาน แต่อีกคนกลับ
เหนื่อยสายตัวแทบขาด นี่ผมทำให้ชีวิตของคน
ที่ผมรักย่ำแย่ขนาดนี่เชียวหรอ
'กลับมาแล้ว'
'ยินดีต้อนรับกลับนะ' ใบหน้าที่ระบายยิ้มแบบนั้น ผมไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเจ้าตัวเหนื่อยแค่ไหน ถ้าผมไม่ได้เจอกับตาตัวเอง ผมคงไม่มีทางรู้เลย..
'อื้อ จะไปแล้วหรอ'
'อื้อ วันนี้คงดึกหน่อยนะ อย่าลืมล็อกห้องล่ะ' ผมพูดทิ้งท้ายไปแค่นั้นก่อนจะสะพายกระเป๋า
กีต้าขึ้น บางทีผมควรมีอนาคตที่ดีกว่านี้ ผมควรทำอะไรสักอย่างที่ทากะไม่ต้องลำบาก
'อ้าว กลับเช้าเลยนะ' ผมที่กำลังจะเปิดประตู ก็เจอกับทากะที่เปิดประตูออกมาพอดี
'อ่า โทษที จะไปแล้วหรอ'
'อื้อ ไปก่อนนะ' ผมพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะเข้าห้องไป ผมไปเล่นมาหลายที่ ค่อนข้าง
ดีที่แต่ละผับเวลาไม่ชนกัน เพื่อนผมแนะนำมาที่นึง มันค่อนข้างจะเปลืองตัว แต่ว่าได้เงินดี เพราะแม่ยก
แต่ละคนกระเป๋าหนักให้ทริปเยอะพอตัว
เฮ้อ~ เอาไงดีวะ จะไปหรือไม่ไปดี
กริ๊ง~ -โทโมยะ-
'ไง'
[วันนี้ร้านหยุดนะ]
'หยุดอีกแล้วหรอ'
[เฮ้อ~ ท่าทางจะแย่ว่ะ]
'นาย..พาฉันไปทำงานกับนายได้รึเปล่า'
[หื้ม ร้านนั้นน่ะหรอ? ได้ดิ ฉันอยู่ได้เพราะที่นี่เลย]
'โอเคๆ ตอนเย็นเจอกัน' สรุปว่าต้องไปสินะ
'กลับมาแล้ว..อ้าว ไม่อยู่หรอ' ผมปิดประตูเบาๆ ก่อนจะทิ้งตัวนอนแผ่อยู่บนพื้น เฮ้อ~ เหนื่อยชะมัด
ไปหาอะไรกินดีกว่า หิวจนไส้จะขาดแล้ว
- ฉันมีไอศครีมรสโปรดของนายอยู่ กินซะนะ จะได้หายเหนื่อย วันนี้ฉันคงกลับดึกหน่อย ไม่ต้องรอนะ -
ลายมือเหมือนเด็กประถมเลย น่ารักเป็นบ้า กลับดึกอีกแล้ว อยู่คนเดียวอีกแล้ว เฮ้อ~ ก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องแกล้งทำเป็นไม่เป็นอะไร
2 เดือนผ่านไป
'วันนี้นายไม่ไปทำงานหรอ'
'ไม่อะ ช่วงนี้นายกลับดึกประจำเลยนะ'
'อ่า โทษที ฉัน..ไปก่อนนะ'
'ไม่ไปไม่ได้หรอ'
'อย่างอแงน่า โตแล้วนะ'
'ทำไมล่ะ! นายเบื่อฉันแล้วหรอ ช่วงนี้นายทำตัวห่างๆนะโทรุ'
'เฮ้ อย่าชวนทะเลาะน่า'
'ก็นายไม่สนใจฉันเหมือนเก่าแล้วนี่ ฉันมันของเก่าไง นายเบื่อฉันแล้วใช่มั้ย นายมีคนอื่นหรอโทรุ มีคนอื่นใช่มั้ย' ทากะเดินเข้าไปหาโทรุ ก่อนจะออกแรงกระชาก
ด้วยความโกรธที่อีกคนไม่ใส่ใจตัวเองเหมือนเก่า
'อย่าไร้สาระน่ะทากะ ฉันจะไปทำงาน ปล่อยได้แล้ว' โทรุพยายามแกะมือของทากะออกอย่างเบามือ แต่ไม่ว่าแกะเท่าไหร่ก็แกะไม่ออก เพราะทากะ
กำแน่นเหลือเกิน จนทำให้โทรุต้องออกแรงมาก
กว่าเดิม แต่กลับกลายเป็นว่าโทรุกระชากมือของ
ทากะออกซะอย่างนั้น
'ฉัน..ขอโทษ'
'นายมันบ้า ฮึกๆ'
'เฮ้ ฉันขอโทษ'
'นายจะไปไหนก็ไปเลย ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน'
เสียงถอนหายใจของโทรุดังขึ้น ก่อนที่เจ้าตัว
จะออกไปทำงานตามปกติ
'งั้น..ไว้เจอกัน..นะ'
ยิ่งทั้งสองคนไม่มีเวลาให้กัน ก็ยิ่งทำให้ทะเลาะกัน
มากขึ้น ในเมื่อความรักที่เคยดี ตอนนี้กลับมีแต่
น้ำตา ทั้งๆที่หัวใจของทั้งสองคนต่างกันมีกันและ
กัน
'โทรุ ทำไมเสื้อถึงมีกลิ่นน้ำหอม'
'ที่ทำงานน่ะ'
'นายทำงานแบบไหนกัน'
'นายจะยุ่งอะไรล่ะ'
'เหอะ ฉันยุ่งมากเลยหรอ'
'นายมันจะไปรู้อะไร'
'นายนั่นแหละ ที่ไม่รู้อะไรเลย'
'อย่าไร้สาระน่าทากะ วันนี้ฉันหยุดงานนะ แทนที่จะดีๆ ยังจะต้องมาทะเลาะอีก'
'ฉันมันผิดตลอดแหละ'
'ฉันไม่เคยพูด'
กริ้ง~ เสียงกริ่งห้องพักดังขึ้นในยามเย็น ก่อนที่คน
ในห้องจะเดินไปเปิดประตูให้แขกผู้มาเยือน แต่ทากะกลับพบความว่างเปล่า มีเพียงซองจด
หมายวางทิ้งไว้เท่านั้น ก่อนที่มือเรียวจะหยิบขึ้น
มาเพื่อเปิดดูของข้างใน ทากะรู้ดีว่าเป็นฝีมือของ
ใคร แต่นั่นมันไม่สำคัญเท่าคนในรูป ทำไมต้องกอด
รัดฟัดเหวี่ยงกันขนาดนั้น นี่มันงานอะไรกัน
'โทรุ รอยลิปนี่มันอะไร'
'...'
'ตอบมาสิโทรุ นายมีคนอื่นใช่มั้ย' ทากะที่ตอนนี้ยืนประจันหน้ากับโทรุที่ดูโทรทัศน์อยู่ ก่อนจะโชว์รอยลิปตามตัวเสื้อให้คนตรงหน้าดู
'เฮ้ อย่าหาเรื่องกันนะ' โทรุดึงเสื้อไปก่อนจะเดินหนี
'นายมีอะไรจะพูดมั้ย'
'อะไรของนายอีก'
'รูปพวกนี้ไง นายมีอะไรจะพูดมั้ย!' ทากะโยนรูปที่ได้รับมาเมื่อคืนก่อนลงพื้น ก่อนที่
โทรุจะเบิกตากว้างกับรูปพวกนั้น ก่อนจะทำตัวปกติ เรื่องแบบนี้คงหนีไม่พ้นคุณเลขาหรอก
'ฉัน..'
'พูดสิโทรุ นายพูดมาสิ' ในเวลานี้ทากะไม่อาจห้ามน้ำตาของตัวเองได้ และโทรุก็เช่นกัน เขาไม่สามารถทำให้คนที่เขารัก
มีชีวิตที่ดีขึ้นได้ เขาทำให้ทากะเหนื่อย ทำให้ทากะ
ต้องเสียใจ บางทีคงถึงเวลาแล้วที่เขาจะหยุดเรื่องนี้
'ฉัน..ขอโทษ'
'นายจะขอโทษฉันทำไมโทรุ ฮึกๆ นายต้องรับปากว่าจะไม่มีอีก นายรับปากกับฉันได้มั้ยว่านายจะเลิก..'
'ไม่ ทากะ.. ฉันขอโทษ ขอโทษจริงๆ'
'ทำไม.. โทรุ.. ทำไม ฮึก'
'ฉัน..ขอโทษ ลา..ลาก่อน'
'ไม่.. โทรุ ไม่นะ ฮึกๆ' ภาพตรงหน้าถูกบดบังด้วยหยาดน้ำใสอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าอีกคนกำลังเดินออกไปจากห้อง
'กลับมานะ.. ฉันไม่ให้นายไป' เมื่อสิ้นเสียง ทากะ
ก็ล้มตัวทรุดลงกับพื้น ในวินาทีนี้เขายอมทำทุกๆ
ทาง เพื่อยื้อหัวใจที่มีเพียงดวงเดียวของเขาไว้
แต่สิ่งที่เขาได้รับมีเพียงความว่างปล่าว เมื่อโทรุ
ไม่คิดแม้แต่จะหันหลังกลับมาเลยซักนิด
ทากะรออยู่ในห้องนี้มา 1 อาทิตย์แล้ว แต่กลับไม่มี
วี่แววของคนที่รออยู่เลย มีเพียงความว่างเปล่า พ่อของทากะที่ส่งคนมาตามตัวกลับบ้านก็ถูก
ปฏิเสธคนแล้วคนเล่า จนฮิโรกิน้องชายแท้ๆที่อด
เป็นห่วงไม่ได้ต้องเข้ามาปลอบใจ
ในวันฝนพร่ำแบบนี้... มันมักจะชวนให้ผมนึกถึงคืนวันเก่าๆ ที่เคยผ่านมา
ผมไม่รู้ว่านานแค่ไหนแล้วที่เราจากกัน..
ผมไม่รู้ว่าอีกคนที่อยู่ตรงนั้นจะเป็นยังไงบ้าง..
ผมไม่รู้แม้กระทั่งว่าเขาคนนั้นอยู่ที่ไหน..
วันนั้น.. ผมได้ตัดสินใจเลือกทางเดินให้กับตัวเอง
ผมได้ทิ้งสิ่งที่มีค่าที่สุดของผมไป.. ผมไม่รู้เลยว่ามันเป็นการตัดสินใจที่พลาดที่สุดในชีวิต..
ที่ผมเลือกเดินออกมา.. มันไม่ใช่ว่าผมไม่เจ็บปวด
แต่ผมจำเป็นต้องเลือกสิ่งที่ดีให้กับคนที่ผมรัก..
ถึงแม้ว่าสิ่งนั้นมันจะทำให้เราทั้งคู่ต่างก็เจ็บปวด..
แต่ผมเชื่อว่าสักวันนึง เขาจะได้เจอคนที่คู่ควรกับ
เขา คนที่มีทุกอย่างพร้อมมากกว่าผม..
.....ร่างบางเดินเตะฝุ่นตามพื้นถนนอย่างเหม่อลอย ก่อนที่จะถูกฝ่ามือหนานุ่มกระชากมาจากด้านหลัง
"พี่เหม่อลอยอีกแล้วนะครับ"
"อ่า..โทษที" ผมได้แต่ส่งยิ้มเจื่อนๆไปให้ ในสายตา
ของฮิโรกิคงมองว่ามันช่างเป็นรอยยิ้มที่อ่อนแรง ผมได้แต่พร่ำคิดย้ำๆกับตัวเองว่าจะไม่เป็นแบบนี้อีกถ้าฮิโรกิช่วยไว้ไม่ทัน ผมก็คงได้ไปนอนจมกอง
เลือดที่ข้างทางแล้ว
'กลับมานะ.. ฉันไม่ให้นายไป' เมื่อสิ้นเสียง ทากะ
ก็ล้มตัวทรุดลงกับพื้น ในวินาทีนี้เขายอมทำทุกๆ
ทาง เพื่อยื้อหัวใจที่มีเพียงดวงเดียวของเขาไว้
แต่สิ่งที่เขาได้รับมีเพียงความว่างปล่าว เมื่อโทรุไม่คิดแม้แต่จะหันหลังกลับมาเลยซักนิด
"พี่ครับ.."
"...." ไม่มีถ้อยคำใดที่เอื่อนเอ่ยออกมาจากปากผม เพียงเท่านี้น้องชายตัวดีก็รู้ทันทีว่าผมเผลอคิดถึง
เรื่องราวเก่าๆอีกแล้ว ฮิโรกิกอดปลอบผมเบาๆ ก่อนที่น้ำตาผมจะทยอยไหลออกมาเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่อยู่ LA ผมก็มีความสุขดีแล้วแท้ๆ แต่ทำไมมันไม่ใช่กับที่นี่ เรื่องราวในวันเก่า
ไหลย้อนเข้ามาในหัว มันยิ่งตอกย้ำผมให้เจ็บปวด
มากขึ้น เรื่องราวที่ไม่อยากจำ มันกลับกลายเป็นว่า
ไม่เคยลืม
"ไปกันเถอะครับ เลิกร้องไห้ได้แล้ว" รอยยิ้มที่ฮิโรกิส่งมาให้ มันทำให้ผมรู้สึกอบอุ่น เหมือนเรื่องราวทั้งหมดที่ผมแบกมามันคลายลง
"อื้อ" ผมพยักหน้าตอบกลับเบาๆ ก่อนจะยกมือขึ้น
ปาดน้ำตา
แต่แล้วสายตาก็กลับจดจ้องอยู่ที่คนๆหนึ่ง คนที่ผมพยายามจะรั้งเขาไว้ คนที่จากผมไปพร้อมๆกับความมีชีวิตของผม
'โทรุ..'
...ผมเดินเตร็ดเตร่ไปตามท้องถนน ก่อนจะสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงแตรรถที่ดังขึ้น กว่าผมจะไปถึงที่เกิดเหตุเวลาก็ล่วงมาสักพักแล้ว
ผมเห็นคู่พี่น้องคู่นึงยืนกอดกันอยู่ คนตรงหน้าผม
รู้สึกว่ามันช่างคุ้นตาเหลือเกิน คงเป็นคนในผับล่ะ
มั้ง
ทันทีที่อีกคนหันหน้ามา ผมก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ..
ใบหน้าหวานที่ถูกเรือนผมสีทองล้อมกรอบหน้าไว้ ดวงตากลมโตสีน้ำตาลที่ชวนให้หลงไหล..
คิ้วเข้มเรียวเชิดขึ้นตามสไตล์ของเจ้าตัว.. จมูกโด่งรับกับริมฝีปากสีอ่อน ที่ผมเคยชิมรสหวาน
ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง.. ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้
'ทากะ..'
"พี่ครับ ไปเถอะครับ"
ทั้งคู่เดินสวนกัน ก่อนที่จะกลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกันและกัน..
เคยมั้ย.. ทั้งๆที่รักมาก แต่กลับครอบครองไม่ได้
ผมเองก็เช่นกัน..
Advertisement
- In Serial208 Chapters
The S-Classes That I Raised
An F-Class Hunter. And on top of that, a F-class older brother who can’t even begin to catch up to the heels of his amazing S-class little brother. After living a life that fell to pieces and even destroying my little brother’s life, I picked up the following resolution: “Perfect Caregiver” That’s right, this time, instead of becoming mean, I will quietly support those who are more capable. Is what I thought….but the S-classes are kind of…weird.
8 629 - In Serial56 Chapters
The Abandoned Disciple
Relic's entire world consisted of only himself and his master. Although he wasn't the strongest nor the most talented, the two spent their passing days happily in each other's comapny. So then why did one day his master decided to abandon him and destroy any hopes of him living? His questions are soon answered and even though though he was abandoned, he will not abandon his master! ”I will accept whatever reasoning master gives me….But if she still needs me, then I will spend my entire life to fulfill her wish. ” "place holder cover"
8 150 - In Serial6 Chapters
Magical Skeleton Microwave
Everyone's got magic. That's just how it is. When you look at the color of someone's spells, you can see how powerful they are. It runs up the rainbow, red to purple, and what you're born with it what you get. I have no color. Not too fun, to be perfectly honest.
8 188 - In Serial44 Chapters
Landfill Life
Humanity is dumping an ever increasing amount of scrap into landfills.Plastics which no organism can digest.Chemicals so toxic no organisms known to man dare touch.Yet life finds a way amidst all this.The plastic can be absorbed as armor.The chemicals contain potent energies.
8 248 - In Serial15 Chapters
On the Edge of Insanity
The infernal plane… an endless expanse of scorched land inhabited by countless monsters. Many controversies surround these strange creatures; however, one thing is clear. They are evil. Corrupted beyond measure. They tread with a singular purpose. One goal in mind, to banish the light. One day a man awakens to find himself in the infernal plane. Follow Allen, as he fights against all odds to escape a place never meant to be touched by humans. This is my first original story, and I’d greatly appreciate any constructive feedback. (No set schedule. Contains mild swearing.) [participant in the Royal Road Writathon challenge]
8 69 - In Serial85 Chapters
Magikind
Disclaimer: This is a low-fantasy, soft-sci-fi genre. In fact, it's a variety of genres, so don't be too put off by the tags Through several centuries of selective breeding, these beings, known as mages, have become part of the very foundations of society. However, some humans refused to change or adapt along with them. They believed in purity and refused to interbreed with magikind. Known as the manush, they were a rarity among society. Now, in the fifth millennia, the manush are thought to be extinct. With magikind ruling the world, a three-way war grips society between Eurasia, Afro-Australian Alliance and The Americas. In these uncertain times, a manush called Gin enters the Eurasian army. From there, our journey unfolds. A story of how mankind could realistically evolve while still pushing boundaries. PS. I am also posting here: Creative Novels so don't worry, I'm not being stolen from. PSS. Join the discord server for updates on the novel: Link to Server Note: This is a rewrite of this: Magikind [Original] and a good number of people have read what I've done so far beforehand (patreon, beta readers etc, not to mentions old fans of the original etc. I've written 35 chapters so far for this rewrite), so don't be alarmed by any early reviews or ratings.
8 134

